ประวัติหลวงปู่นวล อัคคธัมโม วัดศรีสุทธาวาส ( วัดหนองจอก) อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร
หลวงปู่นวล อัคคธัมโม พระผู้มีอายุวัฒนมงคล ได้รับสมญานามจากชาวบ้านว่า เทพเจ้าแห่งท้องทุ่งปัจจุบันมีผู้คนหลั่งไหล เข้ามากราบไหว้ ขอพรหลวงปู่นวล เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนเชื่อว่า หลวงปู่นวล ท่านบำเพ็ญบารมีมามาก เป็นผู้มีบุญญาบารมีมาเกิด จะเห็นได้จากผิวพรรณวรรณะ หน้าตาอากัปกิริยา ที่มีลักษณะ เสมือนผู้มีบุญบารมีธรรมมาก เป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธา หากใครไปพบท่านจะรู้สึกได้ว่าหลวงปู่มีใบหน้าที่ประดุจผุดผ่อง ไม่เหมือนกับคนที่อายุ 90 ปีเลย หลายคนยังคิดว่าท่าน อายุเพียงแค่ประมาณ 70 ปีกว่าเท่านั้น ท่านมีจมูกยาว ใบหูยาว นิ้วเท้านิ้วมือยาว ใบหน้ายาว ผิวพรรณผุดผ่อง หากมองท่านแล้วเหมือนมีออร่า นัยน์ตาดำเป็นประกายและแหลมคม หากท่านใดได้มากราบไหว้สักการะ แค่พบท่าน จะเกิดความศรัทธา ปลื้มปิติขึ้นทันที ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่า หากได้มาทำบุญ เสริมบารมี กับพระที่มีบุญบารมีมากแบบนี้ จะได้อานิสงส์ผลบุญมากตามไปด้วย
ประวัติของ หลวงปู่นวล อัคคธัมโม หรือพระครูพิเศษสุทธิคุณ เกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2470 ตรงกับแรม 7 ค่ำเดือน 11 ปีเถาะ ณ บ้านลาด ตำบลหนองเต่า อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ชื่อเดิม ชื่อ นวล กำเลิศทอง มารดาชื่อ แม่น้อย กำเลิศทอง บิดาชื่อ พ่อรอด กำเลิศทอง มีพี่น้อง 6 คน ท่านเป็นคนที่ 3 ส่วนคนที่4 คือหลวงปู่สวน วัดวังทรายพูนใต้ อดีตเจ้าคณะอำเภอวังทรายพูน ในชีวิตวัยเด็กนั้น หลวงปู่นวล เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ มาโดยตลอด มารดาท่านเล่าว่า ท่านเป็นโรคร้องไห้กลั้น หน้าดำหน้าแดง เหมือนจะขาดใจ รักษาอย่างไรก็ไม่หาย บิดามารดาของท่านจึงได้นำไปฝากเป็นบุตรบุญธรรม กับหลวงพ่อเอ้บ หรือพระครูพรหมธรรมาจารย์ แห่งวัดบ้านลาด จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของบ้านหมี่ในอดีต ที่ผู้คนแถวนั้นให้ความเคารพนับถือมาก โดยหลวงปู่นวลได้ พักอาศัยและศึกษาเล่าเรียนอยู่ ณ วัดบ้านลาดกับหลวงพ่อเอ้บ จนชั้นได้บวชเป็นสามเณร ศึกษาเล่าเรียนทางโลกและทางธรรมจนจบชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านลาด ในช่วงเวลาประมาณปี พ.ศ 2485 ประเทศไทยอยู่ในภาวะสงครามมหาเอเชียบูรพา จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีนโยบายทางลับให้เกณฑ์แรงงานคนเพื่อตัดถนน สายตะพานหิน-เพชรบูรณ์ เพื่อ ใช้เป็นเส้นทางในการขนย้าย ยุทโธปกรณ์ กำลังพล และสิ่งต่างๆ ระหว่างสถานีรถไฟตะพานหิน เพื่อเดินทางไปยัง เมืองเพชรบูรณ์ สนับสนุนในการสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ของประเทศไทย คือนครบาลเพชรบูรณ์ เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศชาติไว้ หลายครอบครัวในพื้นที่หลายจังหวัด จึงต้องถูกเกณฑ์มาใช้แรงงานในการตัดถนนสายดังกล่าวนี้ ครอบครัวของหลวงปู่นวลก็ได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดพิจิตร เพื่อเป็นแรงงานในการสร้างถนน สามเณรนวลขณะนั้น ได้ย้ายมาอยู่ที่วัดศรีสุทธาวาส หรือเรียกกันว่าวัดหนองจอก ตำบลท้ายทุ่ง อำเภอตะพานหิน(เขตปกครองในขณะนั้น) ในขณะที่ยังเป็นสามเณรจึงได้มีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระเทพญาณเวที( ท่านเจ้าคุณบุญมา) อดีตเจ้าอาวาสวัดมงคลทับคล้อ พระอารามหลวง เป็นพระเถราจารย์ชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นทั้งพระนักพัฒนาและเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดพิจิตรอีกรูปนึง ท่านเป็นผู้สืบสายวิชาหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ต่อมาจากหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง
เมื่อ พ.ศ. 2492 หลวงปู่นวลได้บวชครั้งแรก โดยมีพระครูวิบูลย์ศีลคุณ วัดตะพานหิน เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ พระอุโบสถวัดตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร และได้กลับไปอยู่ที่วัดศรีสุทธาวาส หรือวัดหนองจอก ภายหลังได้ลาสิกขาออกมา เพื่อดูแลบิดามารดาอยู่ระยะหนึ่งจนบิดาและมารดาของท่านถึงแก่กรรม
เมื่อปี พ.ศ. 2519 หลวงปู่นวล ได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง โดยมี ท่านเจ้าคุณพระเทพวิมลเมธี ( ท่านเจ้าคุณประเสริฐ) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระปลัดบุญมี ฐานะจาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เชื่อม ปัญญาสาโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ณ พระอุโบสถวัดพระพุทธบาทเขาทราย อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดศรีสุทธาวาส หรือวัดหนองจอก และเรียนทางธรรมจนจบนักธรรมเอก ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดหนองจอก จนถึงปัจจุบัน
หลวงปู่นวลท่านชอบ การสวดมนต์ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอยู่อย่างสม่ำเสมอ ชาวบ้านในละแวกนั้น รวมไปถึงพระภิกษุต่างๆ รับรู้รับทราบกันเป็นอย่างดี จึงให้ความเคารพนับถือกันอย่างมาก เนื่องด้วยท่านไม่เคยมีประวัติเสียหาย ประพฤติปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาโดยตลอด และบ่อยครั้งชาวบ้านจะเล่าลือกันถึงเรื่องราวอภินิหารต่างๆ เช่น หลวงปู่นวลแหวกเมฆ ห้ามฟ้าห้ามฝนได้ บางคนก็บอกว่าท่านรู้วาระจิต รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า และมีเรื่องราวต่างๆอีกมากมายในพื้นที่ที่เล่าต่อๆกันปากต่อปากและเชื่อกันอย่างสนิทใจว่าหลวงปู่เป็นพระที่มีพลังจิตที่ไม่ธรรมดาที่เป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้านแถวนั้นและคนต่างพื้นที่มาโดยตลอด
ในส่วนของการศึกษาวิชาต่างๆ จากพระเถราจารย์ในอดีตนั้น นอกจากท่านจะเป็นลูกศิษย์ของ พระครูพรหมธรรมาจารย์ หลวงพ่อเอ้บ วัดบ้านลาด และ ท่านเจ้าคุณบุญมาแล้ว เมื่อครั้งยังเป็นฆราวาสจนเมื่อถึงการบวชครั้งที่ 2 หลวงปู่นวลได้มีโอกาสไปกราบขอพึ่งบารมีฝากตัวเป็นศิษย์พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ในย่านภาคเหนือตอนล่างหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อเขียน เทพเจ้าวาจาสิทธิ์ ที่เป็นที่เลื่องลือเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง แห่งวัดสำนักขุนเณร อำเภอบางมูลนาก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดหนองจอก หลวงพ่อเขียน ได้ให้ปริศนาธรรมและคำสอนต่างๆ กลับมาให้หลวงปู่นวลได้ถือปฏิบัติ หลวงปู่นวล จึงมั่นปฏิบัติภาวนาฝึกจิตจนแตกฉาน และได้ไปมาหาสู่กับหลวงพ่อเขียนอยู่บ่อยครั้ง ท่านยังเคยไปกราบขอพึ่งบารมี หลวงพ่อทบ วัดชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านได้นำหลักธรรมคำสอนวิชาคาถาทำน้ำมนต์มาใช้สงเคราะห์ญาติโยมจนถึงปัจจุบัน หลวงปู่นวลท่านเป็นหลานแท้ๆ ของหลวงพ่อพระครูคัมภีร์ วัดหนองตะโก ตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งท่านเป็นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ของย่านจันเสน เชี่ยวชาญทางเวทย์พุทธาคม โดดเด่นด้านเมตตามหานิยม ด้านคงกระพันและการตัดเหล็กไหล ซึ่งหลวงปู่นวลเป็นลูกศิษย์จะไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสมอ สมัยเป็นเณรท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ศรีนวล จันทโชโต วัดศรีนวลสิทธาราม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในอดีตของอำเภอทับคล้อ ท่านยังเป็นสหธรรมิกกับพระเกจิเถราจารย์ชื่อดังอีกหลายรูป เช่น หลวงพ่อพัน หรือพระครูวินัยสารคุณ วัดศรีพรหมประสิทธิ์ หรือวัดหนองจิก ซึ่งหลวงพ่อท่านเคยบอก ได้บอกกับลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดไว้ว่าหากวันหนึ่งที่ไม่อยู่แล้วให้ไปกราบขอพึ่งบารมีหลวงปู่นวลวัดหนองจอก พลังจิตที่ไม่ด้อยไปกว่าใครเรื่องนี้คนแถวนั้นทราบกันเป็นอย่างดี หลวงปู่นวลท่านเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อหวั่น แห่งวัดคลองคูณ เกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองชาละวันอีกรูปที่ละสังขารไปไม่นานนี้ โดยมีเรื่องเล่ากันว่ามีผู้นำวัตถุมงคลที่หลวงปู่นวลอธิษฐานจิตแล้วนำไปให้หลวงพ่อหวั่นอธิษฐานจิตซ้ำอีกครั้ง หลวงพ่อหวันถึงกับเอ่ยปากว่าวัตถุมงคลนั้นมีพลังในตัวอยู่แล้ว เป็นสหธรรมิกและสนิทสนมกับหลวงพ่อจรัญ หรือพิมลศรีลาจารย์ วัดน้ำเคือง ลูกศิษย์ สายตรงหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ท่านยังเป็นญาติของพระอาจารย์ติ่ง วัดหนองจอก ที่เชี่ยวชาญในพุทธาคมเป็นที่เลื่องลือในละแวกนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลวงปู่นวล อัคคธัมโม ท่านมีความเคารพในธรรมะและปฏิปทา ของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จังหวัดอยุธยา ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่สั่งสมบำเพ็ญบารมีคัมภีร์ยิ่งใหญ่ ปรารถนาพุทธภูมิ หลวงปู่นวลท่านได้หมั่นสวดมนต์ภาวนาถือวัตรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และสวดคาถาพระมหาจักรพรรดิ์อย่างสม่ำเสมอประกอบกับปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนได้สัมผัสพลังจิตผ่านการปฏิบัติ สื่อกระแสจิตต่อหลวงปู่ดู่ การให้ความเคารพนับถือหลวงปู่ดู่พรหมปัญโญเป็นอย่างยิ่ง แม่จะไม่เคยพบเลยก็ตาม ปัจจุบันบริเวณโต๊ะหมู่บูชานอกจากพระพุทธรูปแล้วจะเห็นรูปถ่ายของหลวงปู่ดู่ ทำตั้งไว้เสมอเหมือนครูบาอาจารย์ที่ท่านเคารพนับถือมาก
ศิษย์ผู้ใกล้ชิดหลวงปู่เล่าว่าเคยมีผู้ที่สามารถสัมผัสพลังจิต กล่าวขานกันว่าหลวงปู่นวลและมีพลังจิตที่สูงและแก่กล้ามาก เกิดจากการถือวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ถือปฏิบัติธรรมกรรมฐานอยู่เป็นนิจ จนพลังจิตสูง เชื่อกันว่าเพียงแค่อธิษฐานให้วัตถุมงคล ในสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะมีพลังอำนาจแม้ไม่ต้องปลุกเสกด้วยคาถาอาคม ชาวบ้านลูกศิษย์ลูกหาจึงเชื่อกันว่าหลวงปู่นวลได้ มีตาเจิม กระหม่อมเขียนหน้าผาก ก็จะเป็นการเสริมพลังความเป็นสิริมงคล และเสริมเรื่องความเป็นเมตตามหานิยมชั้นสูง ปัจจุบันในแต่ละวันจึงมีคนหลั่งไหลกันเข้าไปกราบไหว้ ขอพรให้หลวงปู่เจิมหน้าผาก กันเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ในทุกวันเสาร์จะมีการอาบน้ำมนต์มหาเถรตำแย ซึ่งเป็นตำราอาบน้ำมนต์ที่มีมาตั้งแต่โบราณ หลวงปู่ท่านได้ทำน้ำมนต์ธรณีสาร และน้ำมนต์มหาเถรตำแย เพื่ออาบและลดให้กับลูกศิษย์ลูกค้าที่เข้าไปกราบขอพร ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ไม่ให้มากล้ํากลายในชีวิต เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต รวมไปไปถึงการถอนคุณไสย์คุณคน หลายคนเชื่อกันว่าพลังน้ำมนต์ของหลวงปู่นวลนั้น เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวิเศษหลายคนเกิดประสบการณ์ที่ยากเกินจะอธิบาย นำไปอาบน้ำไปกินแล้ว ประสบพบเจอแต่ความสิริมงคลทั้งสิ้น บางคนก็นำไปประพรม ที่บ้านเรือนร้านค้า แล้วเกิดศิริมงคลต่อสถานที่นั้น นอกจากนี้ท่านยังได้ทำ วัตถุมงคลเพื่อเสริมสิริมงคลในด้านเมตตามหานิยมค้าขาย ที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้าไปกราบไหว้ขอบูชาเป็นจำนวนมาก เช่น สีผึ้งนวลจันทร์ ที่หลวงปู่นวลจะทำและอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวในคืนจันทร์เพ็ญเต็มดวง ตามตำราโบราณ มีผู้ไปใช้บูชาแล้วเกิดผลขายของก็ขายดิบขายดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำเต้าดูดทรัพย์รับโชคโภคทรัพย์ เป็นน้ำเต้าแห้งแท้ที่ลงอักขระโดยรอบ มีคนได้นำไปบูชาแล้วเกิดผล ค้าขายร่ำรวยมีโชคมีลาภอย่างรวดเร็วหลายต่อหลายคน มีชาวบ้านข้างวัดนำวัตถุมงคลเหรียญรุ่นแรกที่ท่านทำแจกให้ลูกศิษย์ไปลองยิงปืนก็เกิดอัศจรรย์ยิงปืนไม่ออก และมีวัตถุมงคลอีกหลายอย่างในปัจจุบันที่วัดได้จัดทำขึ้นให้หลวงปู่นวล เพื่อให้คนได้นำไปบูชายึดเหนี่ยวใจจิตใจ เพื่อขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิต ทำมาหากิน อีกหลายอย่าง เชื่อถืออย่างสนิทใจว่าหลวงปู่นวลท่านเป็นผู้ที่สามารถบันดาลประทานในสิ่งที่หวังได้
ทั้งหมดทั้งมวล เรื่องราวประสบการณ์ มากมายหลายเรื่อง เหล่านี้จึงทำให้ชาวบ้านแถบนั้นผู้คนจึงเกิดความเคารพรัก และศรัทธาในตัวหลวงปู่เป็นจำนวนมาก ที่สามารถขจัดปัดเป่าความทุกข์ร้อน และ สามารถดลบันดาลความศิริมงคลสมหวังในหลายๆเรื่องราว เปรียบประดุจสมญานามตามวลีที่ว่า " เทพเจ้าแห่งท้องทุ่ง" หมายถึงเทพเจ้า ที่บันดาลความสุขสมหวัง อยู่ในวัดหนองจอกที่อยู่ในท้องทุ่งนาอันห่างไกล
เรียบเรียง ชมรมศิษย์หลวงปู่นวล วัดหนองจอก

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น